ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาหมายแดง ( RED NOTICE )

วันนี้ (๑๐ มกราคม 256๒) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ, พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.๓, พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาหมายแดง (RED NOTICE) รายสำคัญ ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของตำรวจสากล

​ตามนโยบาย ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัย-จินดา ผบ.ตร. กวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติที่มีหมายจับ หลบหนีคดี และอาศัยประเทศไทยเป็นพื้นที่หลบซ่อน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทย จากการประสานความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูต ตำรวจสากล และหน่วยบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศ ผลการปฏิบัติสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งสิ้น ๒๘ ราย เป็นผู้ต้องหาสัญชาติจีน เกาหลีใต้ อังกฤษ อิตาลี เยอรมัน เช็ก ตุรกี นิวซีแลนด์ อเมริกา และรัสเซีย มีทั้งความผิดข้อหาฉ้อโกง ฆาตกรรม ยาเสพติด กฎหมายศุลกากร สื่อลามกทางอินเทอร์เน็ต และข้อหาการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ


​พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าอาชญากรรมข้ามชาติกำลังเป็นปัญหาความมั่นคงนอกรูปแบบที่สำคัญในโลกยุคโลกาภิวัตน์ โดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มมาเฟียข้ามชาติ ได้ขยายการปฏิบัติการเข้ามาในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก โดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นองค์กรซึ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นปัญหาที่ท้าทายอำนาจรัฐในปัจจุบัน และเข้าไปเกี่ยวพันกับปัญหาอาชญากรรมหลายประเภท ที่สำคัญเช่น การค้ายาเสพติด สินค้าปลอมแปลง การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน เป็นต้น ภูมิภาคอาเซียนเป็นภูมิภาคที่ประสบปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติหลายประเภท โดยส่วนใหญ่เป็นปัญหา อาชญากรรมข้ามพรมแดน และมีกลุ่มมาเฟียข้ามชาติจากหลายประเทศเข้ามาดำเนินการ โดยไทยเป็นประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ยังกล่าวอีกว่าปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติเป็นวาระสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ทุกหน่วยจะต้องดำเนินการป้องกันปราบปรามอย่างจริงจัง การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติจำเป็นต้องบูรณาการการปฏิบัติของหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกหน่วยงาน และใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรข้ามชาติ พ.ศ. 2556, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522, พ.ร.บ.การค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551, พ.ร.บ.การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 25๖0, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 และที่แก้ไขเพิ่มเติม, พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551, พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535, ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่เกี่ยวข้อง, นโยบายและกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

///////ทีมข่าว นิวส์ทั่วไทย ภาพ-ข่าว//////

Comments

comments