เตือนภัย กู้เงินออนไลน์

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผบก.บก.ปอท. ในฐานะโฆษกบก.ปอท. ได้สั่งการให้พ.ต.ต.พงษ์ธร โปนกแก้ว สว.กก.2 บก.ปอท. พร้อมชุดปฏิบัติการสืบสวน กก.2 บก.ปอท. ร่วมกันจับกุมน.ส.จิราภรณ์ สืบเพ็ง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่17 ต.หนองบุนนาก อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 398/2562 ลง 11 มีนาคม 2562 ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจับกุมได้ที่บ้านเช่าเลขที่ 95/3 หมู่ที่ 7 ต.ขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า คนร้ายได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เจ้ออย นอกระบบ” โดยมีข้อความระบุว่า “ปล่อยเงินกู้นอกระบบสนใจทักมา” ทำให้ผู้เสียหายเกิดความสนใจที่จะกู้เงิน จึงได้ติดต่อไปทางกล่องข้อความของเฟซบุ๊กดังกล่าว ต่อมาคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนด้านหน้าและหลัง พร้อมหน้าสมุดบัญชีธนาคารส่งไปให้ และทำทีขอเก็บค่ามัดจำการกู้ยืมเงิน 10% จากยอดเงินกู้ ก่อนจะให้ผู้เสียหายโอนเงินมัดจำผ่านระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ทดแทนเงินสดด้วยการสมัครลงทะเบียนกับเครือข่าย กระทั่งตำรวจสืบทราบพบว่าเงินทั้งหมดเข้าไปยังบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งโดยมีชื่อผู้ต้องหาเป็นเจ้าของบัญชี เมื่อคนร้ายได้เงินแล้วก็จะบล็อกเฟซบุ๊กของผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม จากการตรวจสอบผู้เสียหายที่ถูกหลอกพบว่ามีผู้เสียหาย 10 ราย รวมมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายค้นของศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ ค.46 ลงวันที่ 12 มี.ค.62 เข้าทำการตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 95/3 หมู่ที่ 7 ต.ขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา พบน.ส.จิราภรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ผลการตรวจค้นพบของกลางซองใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 30 หมายเลข สมุดบัญชี ธนาคาร จำนวน 3 เล่ม กล่องใส่โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ oppo จำนวน 1 กล่อง ใบส่งของ ระบุชื่อเงินกู้นอกระบบ ใบเสร็จรับเงินและสัญญาเช่าระบุชื่อเงิน ชื่อเจ๊ออย และโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ Iphone รุ่น 8 Plus สีขาว จำนวน 1 เครื่อง

พ.ต.ต.พงษ์ธร กล่าวว่า จากการสอบสวนน.ส.จิราภรณ์ ให้การอ้างว่า ตนเองมีอาชีพทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ประเภทครีมทำให้ขาว และได้หลอกผู้เสียหายมาไม่นาน แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคาดว่าจะมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่ออีกหลายคนที่ยังไม่เข้าแจ้งความ และได้ใช้กลอุบายดังกล่าวหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินมากว่า 1 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารพบว่าได้เปิดบัญชีเมื่อเดือนมกราคม 2562 -ปัจจุบัน มีเงินหมุนเวียนเกือบหนึ่งล้านบาท โดยแต่ละเดือนจะมีเงินหมุนเวียนประมาณ 400,000 บาท

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า คนร้ายที่ก่อเหตุโดยการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มักจะคิดว่า ตำรวจจะไม่สามารถติดตามตัวได้นั้น ขอยืนยันว่ายังมีร่องรอยให้ตามตัวได้ในที่สุด และฝากเตือนไปยังประชาชน หากเดือดร้อนทางการเงิน ขอให้ตรวจสอบกับผู้ให้กู้ก่อน เพราะคนร้ายมักจะอ้างเหตุผลสารพัด พร้อมยั่วยุให้รีบโอนเงินมาโดยเร็ว จนในที่สุดก็จะตกเป็นผู้เสียหาย นอกจากนี้คนร้ายยังจะขอหน้าบัตรประชาชน รวมถึงสมุดบัญชี และข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสามารถนำไปก่อเหตุอาชญากรรมอื่นๆ ได้อีก แนะนำว่า ให้วีดิโอคอลพูดคุย หรือพบเจอตัวจริง เพื่อป้องกันการก่อเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

///////////โจ้ ตระเวน ข่าว-ภาพ/////////

Comments

comments

Lek