ผบก.น.4 แถลงจับหนุ่มขับรถเก๋ง ตระเวนขโมยรองเท้า

วันนี้ (12 เม.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ สน.โชคชัย พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.จักรภัณฑ์ จันทรอุทัย ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.กันตภณ โพธิ์อ๊ะ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ท.อภิโชค ขนบดี สว.สส.สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.บก.น.4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ได้ทำการแถลงผลจับกุม นายอิสราคม หรือ “โอ๊ต” รองทอง อายุ 43 ปี โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะหรือรับของโจร” พร้อมของกลางรองเท้ายี่ห้อต่าง ๆ จำนวน 49 คู่ อาทิ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ ADDIDAS สีแดง จำนวน 1 คู่ ราคาประมาณ 4,000 บาท รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ ADIDAS สีชมพู่ จำนวน 1 คู่ ราคาประมาณ 2,800 บาท รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ ADIDAS สีเขียว จำนวน 1 คู่ ราคาประมาณ 950 บาท รองเท้าแตะ ยี่ห้อ ADIDAS สีดำ จำนวน 1 คู่ ราคาประมาณ 1,300 บาท รองเท้าแตะ ยี่ห้อ SUPERME สีน้ำเงินคาดดำ จำนวน 1 คู่ ราคาประมาณ 199 บาท ฯลฯ โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณฟุตบาทใต้สะพานตากสิน ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวว่า คนร้ายได้ก่อเหตุลักรองเท้าในพื้นที่บก.น.4 ต่างกรรมต่างวาระหลายคดีมาเป็นเวลานานหลายเดือน เจ้าหน้าที่ได้พยายามติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ ทั้งนี้ฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชน หากสงสัยว่าตัวเองจะเป็นหนึ่งในผู้เสียหายซึ่งถูกนายอิสราคม ขโมยรองเท้าไป สามารถมาดูรองเท้าทรัพย์สินของกลางที่ตรวจยึดไว้ที่ห้องสืบสวน สน.โชคชัย หรือทางเฟซบุ๊กสน.โชคชัย ได้

ด้าน พ.ต.ท.กันตภณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 เวลา 09.48 น. น.ส.จุฑารัตน์ โภควัฒน์ อายุ 33 ปี ผู้เสียหายได้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับคนร้าย ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ เป็นรองเท้า ที่บ้านพัก จำนวน 7 คู่ มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 17,749 บาท แล้วหลบหนีไป ซึ่งพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้ายคล้ายกับคดีลักรองเท้าที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.4 กำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายอยู่ ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.โชคชัย ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์มีลักษณะคล้ายกับบุคคลซึ่งนั่งจำหน่ายรองเท้าให้กับประชาชน อยู่บริเวณฟุตบาทใต้สะพานตากสิน ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ หลังจากได้รับแจ้งดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย จึงได้ลงพื้นที่เดินทางไปตรวจสอบพบ นายอิสราคม หรือโอ๊ต รองทอง กำลังนั่งจำหน่ายรองเท้าแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชนทั่วไปที่ผ่านไปมาบริเวณดังกล่าว พร้อมด้วยของกลางรองเท้า จำนวน 5 คู่ ของน.ส.จุฑารัตน์ที่คนร้ายได้ลักไปเมื่อช่วงดึกก่อนรุ่งสางของเช้าวันนี้

“เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม จากนั้นได้ตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมประกอบด้วย รองเท้าที่วางขายและภายในกระโปรงหลังรถยนต์รวมรองเท้าทั้งหมด จำนวน 49 คู่ รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้แซดเอ็กซ์ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ชต 4011 กรุงเทพมหานคร พร้อมแผ่นป้ายทะเบียน ชบ 1360 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกระโปรงหลังรถยนต์ กระเป๋าคาดเอวสีแดง ยี่ห้อ MOONSET จำนวน 1 ใบ เสื้อผ้าและรองเท้าที่ใช่ก่อเหตุ นอกจากนี้ได้ขยายผลพบว่านายอิสราคม ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ สน.โชคชัย รับว่าก่อเหตุทั้งหมด 11 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. 2561 -11 เม.ย. 2562 นอกจากนี้ได้ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ใกล้เคียง ประกอบด้วย สน.สุทธิสาร 5 เหตุ สน.พหลโยธิน ตรวจพบ 4 เหตุ สน.ห้วยขวาง ตรวจพบ 1 เหตุ สน.ลาดพร้าว ตรวจพบ 1 เหตุ” พ.ต.ท.กันตภณ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถาม นายอิสราคม ยอมรับว่าเป็นผู้เข้าไปก่อเหตุลักรองเท้าภายในบ้านของนางสาวจุฑารัตน์จริง โดยได้ทรัพย์สินเป็นรองเท้าทั้งหมด จำนวน 7 คู่ แต่ได้ขายไปแล้ว จำนวน 2 คู่ ในราคา 200 บาท ทั้งนี้ได้ก่อเหตุสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ช่วงเวลา 03.00-05.00 น. เมื่อขโมยเสร็จก็จะนำมาวางขายในราคา 100-200 บาท ทำมาแล้ว 2-3 ปี หลังจากออกจากคุกไม่มีงานทำจึงหันมาขายเสื้อผ้า แต่ค่าที่แพงจึงออกขโมยรองเท้า นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติ นายอิศราคม ยังพบว่าเคยถูกจับดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง เช่น ที่ สน.บางขุนเทียน เมื่อปี 2548 ในความผิดเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามก ที่ สน.บางขุนเทียน เมื่อปี 2549 ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการขายเสนอขาย มีไว้เพื่อขาย และที่ บก.ปทศ. เมื่อปี 2556 ในข้อหาลักทรัพย์ สภ.เมืองนนทบุรี ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 4 เดือน

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 03.00-05.00 น. ได้มีคนร้ายเป็นชายปีนเข้ามาภายในบ้าน ได้ขโมยเอารองเท้าที่วางอยู่ไปประมาณ 20 คู่ มูลค่ากว่า 10,000 บาท รองเท้าที่หายไปอยู่ในรั้วบ้านชิดด้านในบ้าน ก็กังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว แม้รองเท้าบางคู่ราคามีมูลค่าไม่สูง แต่มีคุณค่าทางจิตใจ เพราะบางคู่เคยใช้ใส่ออกกำลังกายในเวลาที่เจ็บป่วย บางคู่ได้สั่งตัดรองเท้าโดยเฉพาะ เพราะตนป่วยบ่อย จึงมีรองเท้าหลายคู่ หลายไซต์ หลังรองเท้าหายก็ยอมรับว่าเสียดายเพราะเราหาเงินมาซื้อด้วยความสุจริต ทั้งนี้ผู้เสียหายได้ อโหสิกรรมกับนายอิสราคม พร้อมกับรับไหว้ขอโทษจากนายอิสราคมอีกด้วย

 

////////////โจ้ ตระเวน ภาพ-ข่าว///////////

Comments

comments

Lek