จบลงด้วยดี คดี อดีตศิษย์ วัดนาป่าพง ฟ้องกล่าวหาพระอาจารย์ คึกฤทธิ์ เจ้าสำนัก “พุทธวจน

วันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้(13 มิ.ย.62 เวลา 09.30 น. ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี จะมีการทำพิธีขอขมา และถอนฟ้อง โดยอดีตศิษย์วัดนาป่าพง ยื่นฟ้องศาลกล่าวหาพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง เจ้าสำนัก “พุทธวจน” คลอง 10 ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กับพวก 3 คน

หลังยื่นฟ้องเมื่อเดือน เม.ย. 2560 ในข้อหาฉ้อโกงเงินบริจาคค่าจัดพิมพ์หนังสือพุทธวจน และเงินบริจาคผ่อนซื้อที่ดินข้างวัดนาป่าพง รวมเงินกว่า 515 ล้านบาท โดยทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย สามารถตกลงกันได้ด้วยดี จึงนัดคู่ความทั้งสองฝ่ายมาทำพิธีขอขมาพระอาจารย์คึกฤทธิ์ต่อหน้าศาล โดยเชิญสื่อมวลชนมาร่วมเป็นสักขีพยานตามวันเวลาดังกล่าว

สำหรับกำหนดการพิธีขอขมาในวันพรุ่งนี้
เวลา 08.00 น. ทนายความของทั้งสองฝ่ายพร้อมกันที่ศาล เวลา 09.00 น.ผู้ร่วมพิธีทั้งสองฝ่ายพร้อมกันที่ห้องพระของศาล เวลา 09.15 น. พระอาจารย์คึกฤทธิ์ เดินทางมาถึงห้องพระของศาล
เวลา 09.20 น. เริ่มพิธีการขอขมาตามลำดับโดยพิธีกรและเจ้าหน้าที่ของศาลกล่าวนำตามลำดับโดยมีนายจักรกริช และ นางสาธิตา ทรัพย์ไพศาล กล่าวตามว่า

“ต่อไปนี้เป็นการขอขมาของนายจักรกริช และนางโสธิตา ต่อหน้าพระอาจารย์คึกฤทธิ์เจ้าอาวาสวัดหนองวัดนาป่าพง กรณีได้กระทำล่วงละเมิดต่อพระอาจารย์ด้วยการร้องทุกข์กล่าวโทษฟ้องร้องคดีต่อศาลและร้องเรียนต่อหน่วยงานภาครัฐทั้งทางโลกและทางธรรมเป็นเหตุให้พระอาจารย์เสียชื่อเสียงซึ่งความผิดนี้ได้เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น บัดนี้ข้าพเจ้านายจักรกฤษณ์และนางสาธิตาได้สำนึกในสิ่งที่ได้กระทำล่วงละเมิดต่อพระอาจารย์ดังกล่าวมาแล้วจึงทำขอทำพิธีขอขมาต่อพระอาจารย์ ผู้ขอขมากราบพระอาจารย์และคณะสงฆ์วัดนาป่าพง 3 ครั้ง เสร็จพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคดีนี้นายจักร์กริช อดีตศิษย์วัดนาป่าพง ได้เป็นโจทก์ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ได้ยื่นฟ้อง พระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง เจ้าสำนัก “พุทธวจน” คลอง 10 ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ต่อศาลจังหวัดธัญบุรี เมื่อเดือน เม.ย. 2560 ในข้อหาฉ้อโกงเงินบริจาคค่าจัดพิมพ์หนังสือพุทธวจน และเงินบริจาคผ่อนซื้อที่ดินข้างวัดนาป่าพง รวมเงินกว่า 515 ล้านบาท ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2561 โดยศาลจังหวัดธัญบุรี ได้สอบคำให้การของพระคึกฤทธิ์ เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ซึ่งพระคึกฤทธิ์ให้การปฏิเสธ และศาลนัดสืบพยานโจทก์ และพยานจำเลย ในช่วงเดือนพ.ค. และมิ.ย.นั้น

จากการนัดสืบพยานโจทก์และจำเลย เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนการเริ่มพิจารณา ศาลได้ไกล่เกลี่ย คู่ความแถลงว่า คดีสามารถตกลงกันได้ โดยโจทก์ที่ 1 เต็มใจยอมรับว่า จำเลยทั้งสามมิได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามคำฟ้องในคดีนี้ ความผิดดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นจริง การดำเนินคดีทุกเรื่องเกิดจากความเข้าใจผิดของโจทก์ทั้งสองเอง โจทก์ทั้งสองจึงประสงค์ขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสามทุกคดี และจะไม่นำคดีใดๆ มาฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสามอีก นอกจากนี้โจทก์ทั้งสองจะไปถอนเรื่องที่ยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางโลกและทางธรรมทั้งหมด และโจทก์ทั้งสองจะทำพิธีขอขมาจำเลยที่ 1 ที่ศาลนี้ในนัดหน้า โดยเชิญสื่อมวลชนมาเป็นสักขีพยานด้วย จำเลยทั้งสามและทนายจำเลยทั้งสามแถลงว่า เมื่อโจทก์ทั้งสองถอนฟ้อง และดำเนินการตามที่แถลงต่อศาลข้างต้นแล้ว จำเลยทั้งสามก็จะถอนฟ้องคดีทั้งหมดที่จำเลยทั้งสามยื่นฟ้องโจทก์ทั้งสองต่อศาลนี้และศาลอื่นด้วย

///////////ทีมข่าว นิวส์ทั่วไทย ภาพ-ข่าว///////////

 

Comments

comments

Lek