191 จับแก๊งริมคลอง 2499 ก่อเหตุปล้นทรัพย์

ตำรวจ 191 รวบ 4 เยาวชน แก๊งริมคลอง 2499 ตระเวนก่อเหตุปล้นทรัพย์ประชาชนริมถนน เตรียมขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ

วันนี้ ( 10 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก. สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผบก. สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง สว.งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเยาวชนอายุระหว่าง 14-15 ปี จำนวน 4 คน หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีด (ง้าว) พยายามทำร้ายผู้เสียหายและพยายามปล้นทรัพย์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีมซุปเปอร์คัพ สีชมพู-เหลือง หมายเลขทะเบียน 4กย 5061 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสื้อยืดสีดำจำนวน 2 ตัว กางเกงยีนส์ขายาว จำนวน 1 ตัว หมวกกันน็อกสีดำ จำนวน 2 ใบ มีดทำครัวจำนวน 1 เล่ม เหล็กปลายแหลมจำนวน 1 ด้าม เหล็กทรงกลมแสตนเลสปลายแหลมจำนวน 1 ด้าม อาวุธมีด (ง้าว) จำนวน 3 ด้าม โดยสามารถจับกุมได้บริเวณถนนริมคลอง และถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. เวลาประมาณ 01.25 น.วันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กวดขันปราบปรามอาชญากรรมประเภทต่างๆ รวมถึงแหล่งมั่วสุมทางสาธารณะที่กลุ่มวัยรุ่นมักรวมตัวกันและอาจก่อเหตุอาชญากรรมได้ โดยเมื่อวันที่ 7 เวลาประมาณ 01.25 น. เจ้าหน้าที่สายตรวจได้รับแจ้งจากศูนย์ผ่านฟ้าว่ามีเหตุปล้นทรัพย์ใช้อาวุธมีด (ง้าว) จะทำร้ายผู้เสียหายบริเวณลานจอดรถสวนสาธารณะถนนพุทธมณฑลสาย 2 จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 3 เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการสอบถามผู้เสียหายสอบถามข้อมูลเบื้องต้นและทำการก้าวสกัดจับบริเวณถนนริมคลองและถนนพุทธมณฑลสาย 2 และบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยจำนวน 4 คนการแต่งกาย และใช้รถจักรยานยนต์ตรงกับที่ผู้เสียหายแจ้งไว้นั่งรวมตัวกันอยู่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ จึงลงไปเพื่อทำการตรวจค้น แต่วัยรุ่นทั้ง 4 คนเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งหลบหนี และทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้จำนวน 2 คันเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้ทำการปิดล้อมพื้นที่จนพบอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นอาวุธมีด (ง้าว) จำนวน 2 เล่มจึงยึดไว้เป็นของกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 3 รวบรวมข้อมูลและตรวจสอบทราบว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนเป็นชายวัยรุ่นอายุ 14-15 ปี จึงติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ ทุกคนให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง

นายนพกรณ์ ชูช่วย อายุ 32 ปี พนักงานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้เสียหาย ให้การว่า ในวันเกิดเหตุหลังที่เลิกงานตนกำลังจะขับรถกลับไปเยี่ยมแม่ที่ อ.หาดใหญ่ แต่ด้วยความอ่อนล้าจากการทำงานทำให้เกิดอาการง่วงนอน เมื่อมาถึงสวนหย่อมใต้ทางข้ามถ.พุทธมณฑลสาย 2 ตนจึงตัดสินใจที่จะจอดรถนอนพัก ซึ่งตรงจุดเกิดเหตุมีแสงไฟส่องสว่างชัดเจนตนจึงไม่คิดว่าไม่น่าจะเกิดเหตุอะไร เมื่อจอดรถเสร็จตนได้ลงมาจากรถเพื่อยืดเส้นยืดสาย และสังเกตุเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน มีคนซ้อนท้ายมาประมาณ 4-5 คน จอดมองตนอยู่ทางเข้าสวนหย่อมท่าทางมีพิรุธ ตนจึงตัดสินใจเดินกลับขึ้นรถทันใดนั้นได้ยินเสียง จยย.ขับเข้ามาจอดหน้ารถโชคดีที่ตนเข้าและล็อกรถได้ทัน โดยคนร้าย 2 คนได้พยายามเข้ามาใช้อาวุธมีดง้าว แท่งเหล็กทุบที่รถพร้อมจะโดนให้นำทรัพย์สินไปให้ ซึ่งหลังจากสตาร์ทรถได้ตนได้ขับรถหนีออกมุ่งหน้าถ.บรมราชชนนีขาออก ก่อนไปจอดโทรแจ้ง 191 ซึ่งไม่นานเจ้าหน้าที่ก็มาถึง

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวอีกว่า จากการสอบถามผู้ต้องทั้งหมดทราบว่าได้มีการรวมตัวกลุ่มวัยรุ่น โดยใช้ชื่อแก๊งริมคลอง 2499 มีสมาชิกประมาณ 7-8 คน สับเปลี่ยนกันก่อเหตุในพื้นที่มาแล้ว 3-4 ครั้ง ซึ่งทรัพย์สินที่ได้ไปส่วนใหญ่หลักร้อยถึงหลักพันนำมาแบ่งกัน ส่วนอาวุธที่ใช้มีการนำมาซ่อนไว้ใกล้จุดเกิดเหตุเพื่อสะดวกในการก่อเหตุครั้งต่อไป จากข้อมูลพบว่ากลุ่มนี้เคยก่อเหตุทำร้ายผู้เสียหายจากนั้นได้บังคับนำทรัพย์สินมีค่าไป อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะประสานท้องที่ สน.ธรรมศาลา และผู้เสียหายรายอื่นๆ เพื่อนำข้อมูลมาติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุที่เหลือในคดีก่อนหน้ามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวระบุว่าตรงจุดเกิดเหตุมันจะมีกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงกลุ่มชายรักชายมามั่วสุมยามค่ำคืนอยู่เป็นประจำ ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชายรักชาย เมื่อถูกก่อเหตุแล้วกลับไม่กล้าเข้าแจ้งความ เพราะเกิดความอับอาย จึงทำให้เป็นช่องทางในการก่อเหตุผู้เสียหายรายอื่นๆ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ธรรมศาลาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

//////ทีมข่าว นิวส์ทั่วไทย ภาพ-ข่าว//////

Comments

comments

Lek