ฟ้องเอาผิด 2 นายทหาร กรณีคนขับแท็กซี่ถูกยิงเสียชีวิต ปี 53

ภรรยา พร้อม ทนายและญาติ เข้ายื่นฟ้องต่อศาล เอาผิด 2 นายทหาร กรณีการเสียชีวิตของ นายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ที่ถูกยิงเสียชีวิต ในเหตุการณ์ชุมนุมของ นปช. บริเวณถนนราชปรารภ ช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 พ.ค.53 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.

วันนี้ ( 13 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นางหนู คำกอง ภรรยาของ นายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ ที่ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณถนนราชปรารภ ใกล้แอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งเป็นจุดประจำการของทหาร ช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 ในช่วงสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง จากกรณีที่มีการยิงสกัดรถตู้ที่เข้ามาในพื้นที่ พร้อมนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ และญาติ ได้เดินทางเข้ายื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้ลงโทษ พันเอก

วรการ ฮุนตระกูล และ พันโท เสริมศักดิ์ คำละมูล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ทหารที่วางกำลังอยู่บริเวณดังกล่าว ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 และ 84

โดยคำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค.53 เวลาประมาณเที่ยงคืนห้านาที (0.05 น.) จำเลยทั้งสอง ขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการใช้เส้นทางคมนาคม บริเวณ ถ.ราชปรารถ ตั้งแต่สี่แยกประตูน้ำ ถึงสี่แยกมักกะสัน จำเลยที่ 1-2 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชา ต้องยึดแนวทางและขั้นตอนตามคำสั่งปฏิบัติการที่ 1/53 – ศอฉ. อย่างเคร่งครัด ซึ่งการใช้อาวุธให้กระทำต่อเป้าหมายที่มุ่งประทุษร้ายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์เท่านั้น และการยิงต้องทำเท่าที่จำเป็นสมควรแก่เหตุและไม่มุ่งประสงค์ต่อชีวิตของเป้าหมาย แต่ได้ควบคุม สั่งการหรือปล่อยให้ทหารซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาใช้อาวุธปืนเล็กกล ที่ใช้ในราชการสงครามระดมยิงใส่รถยนต์ (รถตู้) หมายเลขทะเบียน ฮค 8651 กทม. ซึ่งมีนายสมร ไหมทอง เป็นผู้ขับ มาตาม ถ.ราชปรารภ มุ่งหน้าแยกมักกะสัน ด้วยเจตนาฆ่าโดยประสงค์ต่อผล หรือย่อม เล็งเห็นผลถึงการกระทำว่าจะกระทำให้นายสมรหรือผู้อื่นซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าวถูกลูกกระสุนปืนเล็กกล ซึ่งใช้ในราชการสงครามที่เป็นอาวุธร้ายแรงนั้นถึงแก่ความตายได้ โดยรถตู้ที่นายสมร ขับมาถูกกระสุนปืนระดมยิงใส่ และนายสมรได้รับบาดเจ็บสาหัสกระสุนปืนถูกเข้าที่บริเวณลำตัว และทำให้นายพัน คำกอง อายุ 43 ปี สามีของโจทก์ ซึ่งขณะยืนอยู่หน้าสำนักงานขายคอนโดมิเนียม บริเวณราชปรารภ ถูกกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 หรือ 5.56 มม. จากการระดมยิงใส่รถยนต์ตู้คันดังกล่าว ซึ่งกระสุนเข้าบริเวณที่หน้าอกซ้ายใต้ราวนมของนายพัน และไปถูกต้นแขนซ้ายและเส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด ทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดที่แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.

ทั้งนี้ศาลก็ได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบคดีดำ อ.2429/2562 เพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อที่จะพิจารณาต่อไปว่าคดีที่ฟ้องนั้นมีมูลหรือไม่

โดย นายโชคชัย ระบุว่า การมายื่นฟ้องครั้งนี้ เนื่องจากคดียังไม่มีความคืบหน้า โดยจากคำสั่งของศาลเมื่อปี 2555 ที่ศาลได้มีคำสั่งการไต่สวนการตายของนายพัน คำกอง เกิดจากกระสุนของเจ้าหน้าที่รัฐ/ ซึ่งถือมีความชัดเจนว่าการเสียชีวิตของนายพัน เกิดจากกระสุนของทหารที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว ทั้งนี้การใช้อาวุธจะต้องไม่ประสงค์ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ และต้องกระทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่ในวันเกิดเหตุผู้บังคับบัญชาทั้งสองคนไม่ได้มีการควบคุม สั่งการ แต่กลับปล่อยให้ทหารซึ่งอยู่ภายในบังคับบัญชาใช้อาวุธปืนสงครามระดมยิงใส่รถยนต์ตู้ ที่มีนายสมร ไหมทอง เป็นผู้ขับขี่มาตามถนนราชปรารภ เป็นเหตุให้นายสมร ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทำให้กระสุนถูกนายพัน คำกอง ที่ยืนอยู่หน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านราชปรารภ เสียชีวิต

ขณะที่นางหนูชิต ระบุว่า คดีมีมันยืดเยื้อมานาน ไม่มีความชัดเจนจากกระบวนการยุติ จึงเดินทางมายื่นฟ้องเพื่อให้ความจริงปรากฎผู้กระทำผิดได้รับการลงโทษ ซึ่งแม้ว่าจะได้รับเงินเยียวยาไปแล้ว แต่ชีวิตครอบครัว ที่ต้องดูแลลูกทั้ง 4 คนโดยขาดเสาหลักของครอบครัวไป ก็ทำให้ชีวิตลำบาก

/////ทีมข่าว นิวส์ทั่วไทย ภาพ-ข่าว/////

Comments

comments

Lek