ศาลให้โอกาส “มินดา -แซ็ค ชุมแพ” ไกล่เกลี่ย กันก่อน

หลังนักเเสดงสาวฟ้อง เหตุตั้งโต๊ะแถลงข่าวกล่าวหาเรียกเงิน 2.2 ล้าน

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ ศาลอาญารัชดา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่
น.ส.มินดา มีทรัพย์สิน นักแสดงสาวอิสระ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมงคล สิงห์ชา หรือ “แซ็ค ชุมแพ” นักร้องลูกทุ่งหนุ่มเจ้าของเพลง “คำแพง” ในความผิดฐานหมิ่นประมาท

จากกรณีเมื่อเดือนกันยายน ปี 2561 ที่ดาราสาว “มินดา มีทรัพย์สิน” ได้โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมแท็กหานักร้องดัง “แซ็ค ชุมแพ” เจ้าของเพลง “คำแพง” ว่า “ถ้าคุณแมนพออย่าวิ่งหนีปัญหา แล้วมาเคลียร์กับฉัน (ลูกผู้ชายไม่วิ่งหนีปัญหากันนะจ๊ะ) #ถ้าแมนพอมาคุยกัน” จนกลายเป็นข่าวใหญ่ถึงขั้นต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวกันทั้งสองฝ่าย เพราะมีประเด็นเรื่องการยืมเงินและการตั้งครรภ์เกิดขึ้น โดยในวันแถลงข่าว “แซ็ค ชุมแพ” พร้อมผู้บริหารค่ายเพลง , ผู้จัดการ และทนายที่ปรึกษา ได้ชี้แจงว่า “แซ็ค และ มินดา” เคยคบกันจริง แต่ได้เลิกรากันไปแล้ว ส่วนแชตหลักฐานการทวงเงินของสาวมินดา ที่แซ็คนำมาแสดงต่อหน้าสื่อนั้น มีใจความทวงเงินที่แซ็คยืมไป และเงินค่าอื่น ๆ เช่น ค่าแสดงเอ็มวี ค่าแสดงละคร ค่าพิธีกร ถือเป็นค่าเสียเวลาที่อยู่กับแซ็ค ที่ทำให้สาวมินดาพลาดโอกาสในการรับงาน กว่า 2 ล้านบาท

โดยในวันนี้ น.ส.มินดาโจทก์เดินทางมาพร้อมทนายความ ส่วนนายมงคล มีทนายความผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาศาล

โดย น.ส.มินดา กล่าวก่อนขึ้นไต่สวนมูลฟ้องว่า ที่มาในวันนี้เนื่องจากศาลนัดไต่สวนในคดี “หมิ่นประมาท” ซึ่งมีหลายคนอาจจะเข้าใจว่าตัวเราไม่ยอมจบที่ไปฟ้อง “แซ็ค ชุมแพ” โดยที่จริงแล้วทางเรานั้นได้รับหมายเรียกจากทางเขาก่อน เราจึงได้ทำการฟ้องกลับ ในความผิดฐาน หมิ่นประมาท ซึ่งในข้อเท็จจริงเป็นการทวงเงิน ที่นักร้องหนุ่มได้เคยยืมไป จำนวน 5 หมื่นบาทเท่านั้น และไม่เคยเรียกร้องค่าเสียเวลาใดๆ ตามที่นักร้องหนุ่มมีการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนในขณะแถลงข่าว เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 ในวันนี้ทางฝั่งของตนเองได้นำหลักฐานคือข้อความแชต ตั้งแต่ตอนต้น จนถึงตอนจบ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาใช้เป็นหลักฐานและขอยืนยันว่าไม่เคยมีการบอกว่าตนเองตั้งท้อง ไม่เคยเรียกเงินค่าเสียเวลาใดๆ และอยากขอให้ทาง แซ็ค พูดความจริงต่อหน้าสังคม ซึ่งการฟ้องในครั้งนี้ ต้องการเพียงคำขอโทษ จากฝ่ายชายไม่ได้ต้องการเงิน แต่หากไม่สามารถเจรจายอมความได้ ก็จะดำเนินการฟ้องคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งมีการตั้งวงเงินค่าเสียหายไว้กว่าล้านบาท ซึ่งหากทางฝ่ายชายยินดีจะขอโทษตนเอง ก็พร้อมรับคำขอโทษ และยอมยุติการฟ้องร้อง แต่ต้องเป็นการขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน เช่นเดียวกับตอนที่ฝ่ายชายออกมาแถลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง

ขณะที่ทางทนายความของโจทก์ระบุว่า จากข้อมูลที่ได้มาเชื่อว่าวันนี้ฝ่ายชายจะไม่ได้เดินทางมาร่วมการไต่สวนมูลฟ้องในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี ที่จะไม่มีการซักค้านจากจำเลย แต่คดีในลักษณะนี้ จะมีแนวทางอยู่ 3 แบบคือ ดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งในคดี หรือ เลื่อนการไต่สวน และไกล่เกลี่ย ซึ่งเชื่อว่าทางศาลจะขอให้มีการไกล่เกลี่ยกับทางฝ่ายชาย

โดยในวันนี้มีรายงานว่า ศาลเห็นว่าคดียังสามารถที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้จึงให้โอกาสคู่ความทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกันก่อนซึ่งคู่ความทั้งสองไม่คัดค้านจึงมีคำสั่งให้มีการนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในช่วงต้นเดือน พ.ย.

——–ทีมข่าว นิวส์ทั่วไทย ภาพ-ข่าว——-

Comments

comments

Lek